
ประวัติความเป็นมาของนามน
บ้านนามน ตั้งอยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 สกลนคร - นครพนม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 220-221
อยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมไปทางตะวันตก 21 กิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
เดิมทีเดียว ชาวนามนอพยพมาจากบ้านกองแก้ว เมืองมหาชัย แขวงคำม่วน ประเทศลาว สมัยปราบกบฎฮ้อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
มีพระบรมราชโองการให้อพยพชนเผ่าไทยทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้อพยพยข้ามมาอยู่ฝั่งขวาเพื่อความปลอดภัย ง่ายต่อการปกครองและป้องกันการรุกรานของศัตรู
ชาวนามนที่อพยพมาครั้งนั้นมีประมาณ 8 ครอบครัวซึ่งเป็นต้นตระกูล แสงอ่อน , ไตรจักร , บุษบา , จันทร , อ้วนจี , สีดาพัฒน์ , ฝ่ายวงศ์ และ นามจันทร์
ในปัจจุบัน ผู้ที่อพยพมาเหล่านั้นล้วนนับถือศาสนาพุทธและนับถือผีไม่เคยรู้จักพระเป็นเจ้า
และได้พากันตั้งบ้านเรือนที่บริเวณทุ่งร้างริมห้วยทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านในปัจจุบัน ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของพวกข่า
ทุ่งร้างแห่งนี้มีลักษณะกลม มน บรรพบุรุษจึงพากันเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า นามน
หลังจากตั้งหมู่บ้านได้ไม่นานก็เกิดปัญหาชาวบ้านรวมทั้งสัตว์เลี้ยงเกิดเจ็บป่วย จึงต้องทำการเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทางแต่ก็ไม่ได้ผล
ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือพระภิกษุเจ้าอาวาสเกิดเจ็บป่วยและถึงแก่มรณภาพ ยิ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว
คิดว่าเจ้าที่ไม่อนุญาตให้อยู่จึงพากันอพยพไปอยู่บริเวณริมห้วยทางทิศตะวันตกของโรงเรียนในปัจจุบัน
แต่ต่อมาก็เกิดอาเพศอีกจึงต้องย้ายไปอยู่ที่ใหม่ใกล้ลำห้วยผึ้งทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านในปัจจุบัน เมื่อเกิดโรคภัยไข้เจ็บอีก
ก็พากันย้ายไปอยู่ที่ทุ่งนาทางตอนใต้ของหมู่บ้านในปัจจุบัน แต่ก็ยังประสบกับสภาพที่เลวร้ายรวมทั้งภัยธรรมชาติและการรังแก
จากข้าราชการบางคนอย่างไม่หยุดหย่อน
เช่น แย่งชิงเอาสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านหรือบังคับหญิงสาวไปเป็นเมียน้อย
ต่อมาเมื่อบรรดามิชชันนารีโดยการนำของ คุณพ่อยอห์นบัปติสต์ โปรดม และ คุณพ่อซาเวียร์ เกโก มาเผยแพร่ศาสนาคริสต์
โดยตั้งศูนย์กลางที่บ้านคำเกิ้ม
นครพนม
คุณพ่อทั้งสองได้ทำการไถ่ทาสและขัดขวางอิทธิพลของบรรดาเจ้านายในสมัยนั้น ชาวนามนจึงส่งตัวแทนไปพบคุณพ่อทั้งสอง
เพื่อขอความช่วยเหลือ ทำให้ชาวบ้านพ้นจากการเบียดเบียนของเจ้านายเหล่านั้น
ต่อมาบรรดามิชชันนารีได้เริ่มสอนศาสนาคริสต์ให้กับชาวบ้านและช่วยพวกเขาปรับปรุงพัฒนาหมู่บ้านให้ถูกสุขลักษณะ
เนื่องจากบริเวณที่ตั้งหมู่บ้านเป็นที่ต่ำน้ำท่วมขังทำให้เป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค ไม่ใช่ผีร้ายแต่อย่างไร ชาวบ้านจึงพากันย้ายมาอาศัยอยู่ในที่ราบสูง
ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของหมู่บ้านในปัจจุบัน
พระสังฆราชเกลาดิอุส บาเย ได้เขียนเอาไว้ในหนังสือ ประวัติการเผยแพร่พระศาสนาในภาคอีสานและประเทศลาว
ว่า ในจำนวนผู้ขอกลับใจเป็นคริสตชนในอาณาบริเวณเมืองนครพนมในระหว่างปี ค . ศ .1889 ( พ . ศ .2432)
มีกลุ่มคริสตชนวัดนักบุญเปาโลกลับใจ นามน รวมอยู่ด้วย ซึ่งอยู่ในความดูแลของ คุณพ่ออัลเฟรด รองแดล ซึ่งได้ส่งครูคำสอนคนหนึ่งชื่อ
ครูวัน บุญหลาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เซียงวัน เพราะเคยบวชเป็นสามเณรในพุทธศาสนาไปประจำอยู่ที่บ้านนามนเพื่อช่วยสอนคำสอน
เมื่อจำนวนคริสตชนเพิ่มมากขึ้น คุณพ่อรองแดล ได้สร้างวัดหลังแรกขึ้นในที่ดินของ ครูวัน เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ และให้ชื่อว่า
วัดนักบุญเปาโลอัครสาวก
และจัดให้มีการฉลองในวันที่ 30 มิถุนายน ของทุกปี กลุ่มคริสตชนวัดนามนได้ปฏิบัติศาสนกิจสืบต่อมา
โดยมีคุณพ่อจากศูนย์กลางมิสซังที่หนองแสงผลัดเปลี่ยนกันมาดูแล อาทิเช่น คุณพ่อลากาทือ , คุณพ่ออังเยโล - มารีย์ แกวง ,
คุณพ่อเกลาดิอุส บาเย ,
คุณพ่อเตอร์โน เป็นต้น จนกระทั่งเกิดกรณีพิพาทอินโดจีน มีการเบียดเบียนศาสนาอยู่ทั่วไป
วัดที่นามนถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองรื้อถอนไปเป็นสถานที่ราชการ กลุ่มคริสตชนถูกรบกวนไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจอย่างเปิดเผยได้
เป็นเหตุให้คริสตชนกลุ่มหนึ่งภายใต้การนำของ ครูสุข บุญหลาย บุตรชายคนหนึ่งของ ครูวัน อพยพไปตั้งหมู่บ้านใหม่
ในบริเวณที่เรียกว่า โคกใหญ่ เพื่อจะได้มีอิสระไม่ถูกรบกวนอีก ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น บ้านสุขเจริญ ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี คริสตชนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่นามน เมื่อกรณีพิพาทฯสิ้นสุดลง คุณพ่อเอดัวร์ ถัง นำลาภ เจ้าอาวาส
วัดนักบุญอันนาหนองแสง นครพนม
ได้มาทำหน้าที่ดูแล ต่อมาในปี ค . ศ .1950 ( พ . ศ .2493) ก็มี คุณพ่อฟรังซิส อันเดรโอนี่
มาทำหน้าที่ดูแล และประมาณต้นปี ค . ศ .1951 ( พ . ศ .2494)
คุณพ่อก็ได้ คุณพ่อเฮนรี่ บรียังต์ มาเป็นผู้ช่วยและคุณพ่อได้ย้ายไปในปลายปีนั้นเอง คุณพ่อบรียังต์ จึงรับหน้าที่ดูแลสืบต่อมา
ซึ่งในตอนแรกคุณพ่อพักที่วัดเชียงยืน ต่อมาจึงมาพักที่วัดนามน โดยปลูกบ้านพักพระสงฆ์หลังเล็ก ๆ ใต้ต้นมะขามในสนามวัดนามนหลังเก่า
ปัจจุบันต้นมะขามต้นนั้นยังคงอยู่
ปี ค . ศ .1953 ( พ . ศ .2496) มิสซังท่าแร่ ได้แยกออกเป็น 3 มิสซังคือ มิสซังท่าแร่ มิสซังอุบลราชธานี และเทียบเท่ามิสซังอุดรธานี
คุณพ่อบรียังต์ จึงย้ายไปอยู่มิสซังอุบลฯในปีนั้น โดยมี คุณพ่อเปาโล คำจวน ศรีวรกุล มาทำหน้าที่ดูแลถวายมิสซาเดือนละครั้งหรือสองครั้ง
โดยคุณพ่อพักอยู่ที่วัดเชียงยืน ปี ค . ศ .1957 ( พ . ศ .2500) ในโอกาสฉลองวัด ซึ่งตรงกับวันที่ 30 มิถุนายน ของทุกปี
คุณพ่อได้จัดให้มีพิธีรับศีลกำลังสำหรับคริสตชนชาวนามนและโคกใหญ่ ( สุขเจริญ ) โดยมี พระสังฆราชมีแชล มงคล ( อ่อน ) ประคองจิต
เป็นผู้โปรด เนื่องจากวันนั้นฝนตกหนักน้ำท่วมถนนรถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้
พระสังฆราชมีแชล มงคล จึงต้องเดินเท้าลุยน้ำลุยโคลนจากถนนใหญ่ไปยังวัดเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร หลังพิธีพระคุณเจ้าได้ดำริว่า
ควรจะหาที่สักแห่งที่ติดถนนใหญ่เพื่อจะได้สะดวกในการเดินทางไปมา อาจจะไกลสักหน่อยสำหรับชาวบ้านก็ไม่เป็นไร
ในอนาคตเมื่อความเจริญมาถึงก็คงไม่ไกลมาก หลังจากนั้นไม่นาน คุณพ่อคำจวน จึงได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งที่ติดถนนใหญ่
เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ในราคา 3,000.- บาท ดังนั้นวัดนามนจึงมีที่ดินสำหรับสร้างวัดใหม่ที่ติดถนนใหญ่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
เมื่อจัดการซื้อที่ดินเป็นที่เรียบร้อย คุณพ่อคำจวน ได้ดำเนินการสร้างวัดใหม่ทันที วัดหลังนี้ได้ทำพิธีเสกและเปิดในโอกาสฉลองวัด
เมื่อวันที่ 25 มกราคม ค . ศ .1958 ( พ . ศ .2501) ซึ่งตรงกับวันฉลองนักบุญเปาโลกลับใจ หลังจากนั้นก็มีคุณพ่อผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลเรื่อยมา
จนกระทั่งปัจจุบัน
วันเสาร์ที่ 26 มกราคม ค . ศ .2002 ( พ . ศ .2545) นับเป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีวันหนึ่งของชาวนามน เมื่อลูกวัดนักบุญเปาโลกลับใจ นามน
ได้รับการบวชเป็นสังฆานุกร คือ สังฆานุกร เปาโล วีระชัย อุตะมะชะ โดย พระอัครสังฆราชลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน
ที่ปรัมพิธีข้างวัดที่ชาวนามนร่วมกันจัดเตรียมขึ้น ไม่นานหลังจากนั้นชาวนามนได้ไปร่วมความยินดีอีกครั้งในวันบวชเป็นพระสงฆ์ที่สักการสถานฯ
สกลนคร
เมื่อวันที่ 27 เมษายน ค . ศ .2002 ( พ . ศ .2545) และชาวนามนได้มีโอกาสต้อนรับคุณพ่อองค์แรกของหมู่บ้าน
และร่วมความยินดีอีกครั้งในพิธีมิสซาแรกของคุณพ่อ ที่ศาลาประชาคมของหมู่บ้านในบริเวณซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของวัดหลังเก่า
วันที่ 17 เมษายน ค . ศ .2003 ( พ . ศ .2546) คุณพ่อยอห์นบัปติสต์ พรทวี โสรินทร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และเข้ารับตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค . ศ .2003 ( พ . ศ .2546)
ลำดับพระสงฆ์ผู้ดูแลและเจ้าอาวาส
เดิมทีเดียววัดนักบุญเปาโลกลับใจนามน ขึ้นอยู่กับวัดนักบุญยอแซฟคำเกิ้ม วัดนักบุญอันนาหนองแสง วัดนักบุญฟรังซิสเดอซาลเชียงยืน
วัดพระวิสุทธิวงศ์นิรมัย โดยมีคุณพ่อผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลตามลำดับ ดังนี้
1. คุณพ่ออัลเฟรด รองแดล ( ผู้ก่อตั้ง )
ค . ศ .1889 ( พ . ศ .2432)
2. คุณพ่อลากาทือ

3. คุณพ่ออังเยโล - มารีย์ แกวง

4. คุณพ่อเกลาดิอุส บาเย
5. คุณพ่อเตอร์โน

6. คุณพ่อเอดัวร์ ถัง นำลาภ
ค . ศ .1944-1950 ( พ . ศ .2487-2493)
7. คุณพ่อฟรังซิส อันเดรโอนี่
ค . ศ .1950-1951 ( พ . ศ .2493-2494)
8. คุณพ่อเฮนรี่ บรียังต์
ค . ศ .18951-1953 ( พ . ศ .2494-2496)

9. คุณพ่อเปาโล คำจวน ศรีวรกุล
ค . ศ .1953-1963 ( พ . ศ .2496-2506)

10. คุณพ่อมีคาแอล เสนีย์ สกนธวัฒน์
ค . ศ .1963-1965 ( พ . ศ .2506-2508)

11. คุณพ่อปิแอร์ โกลาส์
ค . ศ .1965-1966 ( พ . ศ .2508-2509)

12. คุณพ่อยอแซฟ อินตา นันสีทอง
ค . ศ .1966-1982 ( พ . ศ .2509-2525)

13. คุณพ่อเปโตร ประยูร พงศ์พิษณุ์
ค . ศ .1982-1982 ( พ . ศ .2526-2526)
14. คุณพ่อชาร์ลโบโรเมโอ นิยุต ศรีอ่อน
ค . ศ .1982-1983 ( พ . ศ .2525-2526)

15. คุณพ่อปีโอ ไอศวรรย์ จันทร์ลือชัย
ค . ศ .1983-1985 ( พ . ศ .2526-2528
16. คุณพ่อดอมินิกซาวิโอ สุริยงค์ พรหมงอย
ค . ศ .1983-1984 ( พ . ศ .2526-2527)

17. คุณพ่อมีคาแอล ประสงค์ เด่นไชยรัตน์
ค . ศ .1984-1985 ( พ . ศ .2527-2528)
18. คุณพ่อยอแซฟ อินตา นันสีทอง
ค . ศ .1985-1989 ( พ . ศ .2528-2532)

19. คุณพ่อยอห์นบัปติสต์ พรทวี โสรินทร์
ค . ศ .1985-1985 ( พ . ศ .2528-2528)
20. คุณพ่ออเล็กซิส ไทยวัฒน์ นิลเขต
ค . ศ .1987-1989 ( พ . ศ .2530-2532)

21. คุณพ่อมีคาแอล ทวีศิลป์ พงศ์พิศ
ค . ศ .1989-1993 ( พ . ศ .2532-2536)

22. คุณพ่อเบเนดิกต์ กรไกร พิลาจันทร์
ค . ศ .1993-1995 ( พ . ศ .2536-2538)

23. คุณพ่อยอห์น สุรชาติ มุลสุทธิ
ค . ศ .1995-1998 ( พ . ศ .2538-2541)
24. คุณพ่อดอมินิกซาวิโอ สุริยงค์ พรหมงอย
ค . ศ .1998-2003 ( พ . ศ .2541-2546)
25. คุณพ่อยอห์นบัปติสต์ พรทวี โสรินทร์
ค . ศ .2003 - 2008 ( พ . ศ .2546 - 2551)

26. คุณพ่อมีคาแอล วีรพงษ์ มังกาย
ค.ศ. 2008 - ปัจจุบัน
รายนามพระสงฆ์ลูกวัด
1. คุณพ่อเปาโล วีระชัย อุตะมะชะ บวช 27 เม . ย .2002
ข้อมูลปัจจุบัน
วัดหลังปัจจุบัน เป็นวัดหลังที่ 3 สร้างในสมัยคุณพ่อเปาโล คำจวน ศรีวรกุล ปี ค . ศ .1958
เจ้าอาวาส คุณพ่อมีคาแอล วีรพงษ์ มังกาย
เนื้อที่ ประมาณ 4 ไร่
จำนวนสัตบุรุษ 670 คน
เวลามิสซา วันอาทิตย์ เวลา 8.30 น .
วันธรรมดา เวลา 7.00 น .
กิจการคาทอลิก คณะพลมารี กลุ่มเยาวชน เด็กคำสอน กลุ่มธนาคารข้าว กลุ่มชีวิตครอบครัว และกลุ่มคู่สมรสเพื่อพระคริสต์


