ประวัติความเป็นมา
1.1 การก่อตั้งหมู่บ้าน
จากบันทึกของมิชชันนารีและคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ถ่ายทอดให้ลูกหลานสืบต่อมาตามคำเล่าของ นายชาย บัวขันธ์ อายุ 75 ปี บิดาของ คุณพ่อลอเรนซ์
ชำนาญ
บัวขันธ์ ทำให้ทราบว่าบรรพบุรุษของชาวนาบัวอพยพมาจากเมืองเขมราฐและยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี ครอบครัวที่ได้อพยพมาครั้งนั้นคือครอบครัว
พ่อแม่ของ
นายสา นาแว่น ซึ่งเป็นต้นตระกูลนาแว่น ครอบครัวของ หลวงไชยเพชร ซึ่งเป็นต้นตระกูลวินบาเพชร ครอบครัวของ นายทิดนนท์ และ นายสังข์ แพงยอด
ซึ่งเป็นต้นตระกูลแพงยอด ครอบครัวของ นายเชียงบา จันสุนีย์ ซึ่งเป็นต้นตระกูลจันสุนีย์ ซึ่งต่อมาได้เป็นครูสอนคำสอน
เมื่อมาถึงบ้านนาบัว ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ปะปนกับชาวบ้านเดิมที่ตั้งอยู่ก่อนแล้วคือครอบครัวของ นายเชียงผง ทองใส ซึ่งเป็นต้นตระกูลทองใส ครอบครัวของพ่อของ
นายน้อย พิมพา ต้นตระกูลพิมพา ครอบครัวของ พ่อผู้ใหญ่เพีย พิมพ์นาจ ต้นตระกูลพิมพ์นาจ ครอบครัวของพ่อของ นายบัวพา บัวขันธ์ ต้นตระกูลบัวขันธ์
หลังจากอยู่ที่นาบัวได้สักระยะหนึ่งก็ได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านร้างทางทิศใต้ของบ้านนาบัวในปัจจุบัน ซึ่งเป็นหมู่บ้านของพวกขอมหรือพวกข่า
เนื่องจากเห็นว่า
อยู่ใกล้น้ำคือห้วยม่วงหรือที่เรียกกันว่าบ้านม่วงคำ แต่เมื่อเห็นว่าบริเวณดังกล่าวทำให้ผู้คนเจ็บป่วยกันมากจึงได้พากันกลับมาอยู่ที่นาบัวเช่นเดิม
1.2 การกลับใจ
เมื่อมีคนเจ็บป่วยและล้มตายมากขึ้น ก็เชื่อกันว่ามาจากการกระทำของผีร้ายเป็นเหตุให้เกิดความกลัว เมื่อได้ทราบข่าวว่ามีหมอสอนศาสนาฝรั่งซึ่งไม่กลัวผีเลย
ยิ่งกว่านั้นถ้าใครได้เข้ารีตกับฝรั่ง ผีไม่สามารถทำอันตรายหรือรบกวนได้เลย จึงเกิดความสนใจและส่งคนไปติดต่อกับคุณพ่อมิชชันนารีที่บ้านกุดจอกใหญ่
ตำบลวาใหญ่
ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก
จากบันทึกประวัติวัดนักบุญยอแซฟคำเกิ้ม นครพนม ของ คุณพ่ออัลเฟรด - มารีย์ รองแดล เจ้าอาวาสในสมัยนั้นพบว่า คุณพ่อได้รับสมัครผู้กลับใจจาก
บ้านนาบัว
และบ้านกุดจอกในเขตจังหวัดสกลนคร ในปี ค . ศ .1887 ( พ . ศ .2430) จึงแน่ใจได้ว่าคริสตศาสนาเข้ามาที่บ้านนาบัวในปีดังกล่าว
ต่อจากนั้นบันทึกของปี ค . ศ .1889
( พ . ศ .2432) ได้บอกให้เราทราบว่าหมู่บ้านทั้งสองทำให้ คุณพ่อรองแดล รู้สึกหนักใจมาก
เพราะต้องเดินทางขี่ม้าจาก
บ้านคำเกิ้ม
เป็นเวลาสองวันกว่าจะถึงจึงอยากให้มีผู้อยู่ประจำสำหรับเอาใจใส่ดูแลบ้านทั้งสองนี้
ในที่สุดก็ได้ เปโตร จานพิมพ์ ซึ่งเคยบวชเป็นพระภิกษุมาก่อนจะกลับใจมาเป็นคริสตชน คุณพ่อรองแดล จึงมอบหมายให้จานพิมพ์ไปสอนคำสอน
แก่ผู้ที่อยากกลับใจที่บ้านนาบัวและบ้านกุดจอก ซึ่งไม่มีผู้ใดเอาใจใส่เนื่องจากอยู่ไกล จานพิมพ์ ได้ออกเดินทางไปในปี ค . ศ .1890 ( พ . ศ .2432)
บันทึกศีลล้างบาปแรกที่บ้านนาบัวนั้นลงวันที่ 26 มกราคม ค . ศ .1890 ( พ . ศ .2433) หลังจากนั้นบ้านนาบัวและบ้านกุดจอกก็ได้ถูกโอน
ให้มาขึ้นอยู่กับ
ศูนย์ท่าแร่ในช่วงปีนั้นเอง
ในเวลาต่อมาไม่นาน จานพิมพ์ ได้กลับไปอยู่บ้านดอนโดนและได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองท่าแขกในเวลาต่อมา และได้ถึงแก่กรรมเยี่ยงนักบุญ
ห้อมล้อมด้วยลูกหลานในปี ค . ศ .1922 ( พ . ศ .2465)
นอกนั้นยังมีบทความชิ้นหนึ่งบันทึกไว้ว่า ชาวบ้านนาบัวเมื่อเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านมีจำนวนทั้งหมด 5 ครอบครัว ซึ่งมาจากเมืองวานรนิวาสและเมืองยโสธร
ในบันทึกรายงานประจำปี ค . ศ .1901 ( พ . ศ .2444) พระสังฆราชยอแซฟ - มารีย์ กืออ๊าส ได้เขียนไว้ว่า บ้านช้างมิ่ง บ้านนาบัว บ้านกุดจอก บ้านดอนทอย
บ้านแก่งราบ ทั้งหมดนี้ คุณพ่อกองเต และ คุณพ่อกราเซียง เป็นผู้ดูแล คุณพ่อกองเต ได้สร้างวัดหลังแรกขึ้นชั่วคราวที่บริเวณบ้านของ นายลิขิต
ต่อมาภายหลังคุณพ่อได้สร้างวัดหลังที่สองขึ้นด้วยไม้ที่บริเวณสนามวัดปัจจุบัน
ต่อมา คุณพ่อกราเซียง ได้ส่ง ครูเชียงน้อย มาเป็นครูสอนคำสอนประจำอยู่ที่นาบัว ครูเชียงน้อย ได้แต่งงานกับ นางสาวอ้วน ซึ่งเป็นย่าของ นายชาย บัวขันธ์
และอพยพครอบครัวไปอยู่ที่บ้านสร้างคำ ตำบลดอนหญ้านาง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย พร้อมกับครอบครัวของ นายทิดนนท์ และครอบครัวของ
หลวงไชยเพชร
เมื่อ คุณพ่อกราเชียง ได้มาเยี่ยมนาบัวอีกจึงไม่พบ หลังจากที่ทราบว่าพวกเขาอพยพไปอยู่ที่สร้างคำ คุณพ่อจึงได้ตัดสินใจ
ขี่ม้าตามไปเยี่ยมเยียนพวกเขาที่นั่น
คุณพ่อได้ชักชวนพวกเขาให้เปลี่ยนใจกลับมาอยู่ที่นาบัว โดยให้เหตุผลว่าทำเลที่ตั้งบ้านนั้นไม่เหมาะสู้นาบัวไม่ได้เลย ดังนั้น นายทิดนนท์
ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม
ได้เชื่อฟังและย้ายกลับมาอยู่ที่นาบัวตามคำขอร้องของคุณพ่อ
เมื่อเห็นว่ามีจำนวนคริสตชนเพิ่มมากขึ้น พระสังฆราชได้ส่ง คุณพ่อบารีโยส มาอยู่ประจำที่บ้านนาบัวจนถึงปี ค.ศ. 1920 (พ.ศ.2463) คุณพ่อเป็นผู้ที่ม
ีความขยัน
เอาใจใส่ในการเผยแพร่ศาสนามาก มีผู้คนมาขอเรียนคำสอนเพื่อกลับใจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากคุณพ่อเป็นคนที่เคร่งครัดมากทำให้ครอบครัวเดิม
ที่นับถือศาสนาพุทธที่ไม่ยอมกลับใจต้องย้ายออกไปเพื่อตั้งถิ่นฐานในหมู่บ้านใหม่คือ บ้านวังอี่เหี้ยน ( บ้านยางโก่ง )
ต่อมาได้ย้ายไปตั้งอยู่ทางฟากแม่น้ำโนดคือบ้านโคกก่อง อยู่คนละฟากกับบ้านอีเหี้ยน และยังมีอีกบางครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านหนองแวง บ้านศรีสว่าง
และบ้านดอนกอย ต่อมาคุณพ่อเห็นสมควรสร้างวัดใหม่หลังที่สามเพื่อให้เพียงพอกับจำนวนคริสตชนที่เพิ่มมากขึ้น แต่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จคุณพ่อก็ต้องย้าย
ไปอยู่ที่บ้านแก่งสะดอก ประเทศลาว ทางมิสซังจึงได้ส่ง คุณพ่อยวง สต็อกแกร์ มาเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 (พ.ศ.2463)
เมื่อ คุณพ่อสต็อกแกร์ มาเป็นเจ้าอาวาสก็ได้ดำเนินการสร้างวัดหลังที่สามซึ่งทำด้วยไม้หลังคามุงแฝกนอกจากนี้คุณพ่อได้ยึดเอาที่นาคืนจากชาวพุทธ
ที่ได้ย้ายออกจากนาบัวไปอยู่ที่อื่น แม้ต่อมาหลายครอบครัวได้กลับมาอยู่ที่นาบัวอีกเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบอยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้ แต่ไม่มีใคร
ได้รับที่นาคืนเพราะหมดกรรมสิทธิ์ถือครองแล้ว ดังนั้นที่นาเดิมของพวกเขาจึงได้ตกเป็นของวัด
อย่างไรก็ดีชาวพุทธเหล่านั้นเมื่อมาอยู่นาบัวได้เรียนคำสอนและได้รับศีลล้างบาป เป็นคริสตชนที่ดีและศรัทธาสืบต่อมาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน
ต่อมา
คุณพ่อสต็อกแกร์ ได้ย้ายไปประจำที่วัดนักบุญยอแซฟดอนทอย อำเภออากาศอำนวย
ปี ค.ศ.1932 (พ.ศ.2475) พระสังฆราชอังเยโล-มารีย์ แกวง ได้แต่งตั้ง คุณพ่อยอห์นบัปติสต์ แท่ง ยวงบัตรี ซึ่งเพิ่งได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์มาเป็นผู้ช่วย
คุณพ่อลากอล์ม ที่วัดพระตรีเอกานุภาพ ช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม ในเวลาเดียวกันก็ให้มาดูแลวัดนาบัวด้วย ในที่สุด พระสังฆราชแกวง ได้แต่งตั้ง
คุณพ่อยอห์นบัปติสต์ แท่ง เป็นเจ้าอาวาสวัดนาบัวอย่างเป็นทางการ ตลอดเวลา 18 ปีที่อยู่นาบัวคุณพ่อได้พัฒนาวัดและหมู่บ้านหลายอย่างให้เจริญก้าวหน้า
เช่น ตัดถนนและวางผังหมู่บ้านอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทางด้านศาสนาคุณพ่อได้ตั้งกลุ่มพ่อบ้าน กลุ่มเยาวชนชาย - หญิง
นอกจากนั้นคุณพ่อยังมีพรพิเศษในการรักษาคนป่วยด้วยยาเชียงเมี่ยงทำให้มีผู้คนมากมายมารับการรักษาจากคุณพ่อที่วัด มีบางรายเมื่อหายจากโรค
แล้วได้เรียนคำสอนกลับใจ เช่น นายเทพ ขันละ ในระหว่างที่เกิดกรณีพิพาทอินโดจีน คุณพ่อได้ถูกทางราชการจับกุมและถูกขังคุกหลายครั้ง
มีครั้งหนึ่งคุณพ่อถูกจับขณะขุดเจาะบ่อบาดานที่บ้านโพนสูง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ในข้อหาขุดค้นวัตถุโบราณและนำไปดำเนินคดีที่อุดรธานี
ภายหลังเมื่อบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติคุณพ่อได้กลับมาเป็นเจ้าวัดนาบัวต่ออีก 2 ปี แล้วจึงย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่
ปี ค.ศ.1949 (พ.ศ.2492) คุณพ่อเปโตร วันดี พรหมสาขา ณ สกลนคร ได้มาเป็นเจ้าอาวาส โดยอยู่ประจำที่วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย
คุณพ่อเดินทางไปมาระหว่างนาบัวกับดอนทอยเป็นเวลา 2 ปี เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของคุณพ่อ พระสังฆราชเกลาดีอุส บาเย ได้ส่ง คุณพ่อรากัสซี
มาเป็นผู้ช่วย
และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าวัดอย่างเต็มตัวในปี ค.ศ. 195 2 (พ.ศ.2495)
ในช่วงเดียวกันนี้เองคณะรักกางเขนแห่งท่าแร่ได้เริ่มส่งภคินีมาช่วยงานที่วัดนาบัว ในปี ค.ศ.1953 (พ.ศ.2497)
มีการแยกมิสซังใหม่
คุณพ่อจึงได้ย้ายไปอยู่สังฆมณฑลอุบลราชธานี
เดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1954 (พ.ศ.2497) คุณพ่อแยร์แมง แบร์ทอลด์ ( ต่อมาได้เป็นพระสังฆราชของสังฆมณฑลอุบลฯ ) ได้รับแต่งตั้งให้มาเป็นเจ้าอาวาส
คุณพ่อได้ตั้งคณะพลมารีที่บ้านนาบัว ที่บ้านโพนสวางและที่บ้านบะทอง และได้ออกติดตามเอาใจใส่คริสตชนที่กระจัดกระจายอยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ เช่น
ที่บ้านบะทอง บ้านวังเยี่ยมและที่บ้านกุดเรือคำ คุณพ่ออยู่ที่วัดนาบัวเพียงหนึ่งปีเท่านั้นก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคุณพ่อประจำบ้านเณรฟาติมา ท่าแร่ สกลนคร
โดยมี คุณพ่อยอแซฟ อินทร์ นารินรักษ์ ได้มาเป็นเจ้าอาวาสแทน
คุณพ่อได้เอาใจใส่ดูแลคริสตชนชาวนาบัวด้วยความร้อนรนและได้ต่อเติมหน้ามุขของวัดให้เต็มสามห้องเพื่อจะได้สะดวกสำหรับการเข้าวัด จากนั้น
คุณพ่อยอแซฟ อินตา นันสีทอง ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดนาบัวเป็นเวลานานถึง 9 ปี คุณพ่อรักการทำไร่ทำนาเป็นชีวิตจิตใจ
ในช่วงนี้ไม่ค่อยได้มีการติดต่อ
กับคริสตชนที่อยู่ในหมู่บ้านอื่นที่อยู่ท่ามกลางชาวพุทธ เช่นที่บ้านบะทอง บ้านวังเยี่ยมและบ้านกุดเรือคำ
เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1966 (พ.ศ.2509) คุณพ่อปีแอร์ โกลาส์ พระสงฆ์มิซซันนารีชาวฝรั่งเศส คณะซัม (SAM )ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสได้สนับสนุนพลมารี
ให้ทำงานต่อไป คุณพ่อเห็นว่าวัดหลังเก่าที่ คุณพ่อบารีโยส ได้สร้างเอาไว้เกือบจะใช้ไม่ได้แล้ว คุณพ่อจึงได้นำชาวบ้านสร้างวัดหลังใหม่หลังที่สี่ด้วยไม้
โดยสร้างได้อย่างประณีต สวยงามมาก พร้อมกับได้สร้างบ้านพักพระสงฆ์และบ้านพักภคินี คุณพ่อเป็นเจ้าอาวาสที่นาบัวนานถึง 12 ปี
ในช่วงที่คุณพ่อกลับไปพักตากอากาศที่ฝรั่งเศส พระอัครสังฆราชมีคาแอล เกี้ยน เสมอพิทักษ์ ได้มารักษาการแทน
ต่อมาจึงได้แต่งตั้ง คุณพ่อยอแซฟ กมล เสมอพิทักษ์ เป็นเจ้าอาวาสในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1978 (พ.ศ.2521)
เดือนมกราคม ค.ค. 1979 (พ.ศ.2522) คุณพ่อหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ เหรัญญิกของมิสซัง ได้มาทำหน้าที่ดูแลจนถึงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน
โดยอยู่ประจำที่สำนักพระสังฆราชที่ท่าแร่ ช่วงนั้นคุณพ่อได้รื้อฟื้นคณะพลมารีให้มั่นคงและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น จากนั้นก็มี คุณพ่อชาร์ลโบโรเมโอ
นิยุต ศรีอ่อน , คุณพ่อยอแซฟ วรวิทย์ เวียรชัย , คุณพ่อปีโอ ไอศวรรย์ จันทร์ลือชัย และ คุณพ่อลูกา สุพล ยงบรรทม มาเป็นเจ้าอาวาสตามลำดับ
ซึ่งในสมัย คุณพ่อปีโอ ไอศวรรย์ ได้มีการก่อตั้งสภาอภิบาลวัดขึ้นเป็นครั้งแรก
เดือนเมษายน ค.ศ. 1985 (พ.ศ.2528) คุณพ่อเปาโล สมพร อุปพงศ์ ได้มาเป็นเจ้าอาวาส โดยมี คุณพ่ออเล็กซิส ไทยวัฒน์ นิลเขต , คุณพ่ออันตน
สาคร อุ่นหล้า , คุณพ่อเปโตร สุดสาคร ศรีวรกุล และ คุณพ่อฟรังซิสเซเวียร์ คัมภ์ศรณ์ กาแก้ว เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสตามลำดับ คุณพ่อเปโล สมพร
ได้สร้างโรงเรียนคำสอนและถังน้ำขนาดใหญ่สำหรับเก็บกักน้ำฝนเพื่อเอาไว้ใช้ในฤดูร้อนเนื่องจากบ้านนาบัวน้ำเค็มใช้ดื่มไม่ได้
เดือนเมษายน ค.ศ. 1988 (พ.ศ.2531) ถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 1989 (พ.ศ.2532) คุณพ่อมีคาแอล ทวีศิลป์ พงศ์พิศ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส โดยมี
คุณพ่อเบเนดิกต์ กรไกร พิลาจันทร์ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในช่วงนี้ได้มีการก่อสร้างศาลาประชาคม ขณะขนไม้เพื่อการก่อสร้างชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง
ถูกตำรวจจับข้อหาขนไม้เถื่อน แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีโดยการช่วยเหลือของท่าน ส . ส . องุ่น สุทธิวงศ์ พร้อมด้วย นายสง่า ไชยรา และ
นายจิตรอารีย์ อรรถาชัย ต่อมาก็มี คุณพ่ออันตน เสงี่ยม ศรีวรกุล , คุณพ่อฟรังซิสเซเวียร์ คัมภ์ศรณ์ โดยมี คุณพ่อมีคาแอล เฉลิมศิลป์ จันลา
เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส และ คุณพ่อยอแซฟ กมล เสมอพิทักษ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสตามลำดับ
1.3 การเตรียมการสร้างวัดหลังใหม่
เดือนธันวาคม ค.ศ. 1993 (พ.ศ.2536) คุณพ่อมีคาแอล วีรพงษ์ มังกาย ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสจนถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 1998 (พ.ศ.2541)
ในช่วงเวลานั้นคุณพ่อได้สร้างกำแพงวัดและซุ้มประตูทางเข้าวัด พร้อมกับจัดทำโครงการหาทุนสำหรับสร้างวัดหลังใหม่ โดยการบอกบุญไปยัง
ลูกหลานชาวนาบัวตามที่ต่าง ๆ พร้อมกับผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปซึ่งได้ร่วมใจกันทำผ้าป่ามาถวายวัดทุกปีในโอกาสฉลองวัด การเตรียมสถานที่สำหรับสร้างวัดนั้น
เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ.2540) โดยเคลื่อนย้ายโรงคำสอนไปตั้งทางทิศใต้ของสนามวัด เคลื่อนย้ายศาลาไปทางทิศใต้ และเคลื่อนย้ายวัดที่สร้างโดย
คุณพ่อโกลาส์ ไปตั้งแทนที่ศาลาเก่านั้น ส่วนที่ตั้งวัดเก่าและบริเวณสร้างแก้วได้ทำการถมดินเพื่อเตรียมสร้างวัดใหม่ และในโอกาสฉลองวัด
วันเสาร์ที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1998 (พ.ศ.2541) ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ในบริเวณที่จะสร้างวัดหลังใหม่ โอกาสนั้น พณฯ พินิจ จารุสมบัติ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มาร่วมเป็นเกียรติด้วย
หลังปาสกาปี ค.ศ. 1998 (พ.ศ.2541) ได้มีการโยกย้ายพระสงฆ์ตามวาระ คุณพ่อยอแซฟ สมยศ พาพรหมฤทธิ์ ได้รับการแต่งตั้งให้มาเป็นเจ้าวัดที่บ้านนาบัว
แต่ในช่วงนั้นคุณพ่อยังทำปริญญานิพนธ์ทางกฎหมายของพระศาสนจักร (Canon Law) อยู่ที่มหาวิทยาลัย ซานโต โตมาส (University of Santo Tomas)
กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ดังนั้นทางอัครสังฆมณฑลจึงได้แต่งตั้งให้ คุณพ่อยอห์นบอสโก สมบัติ มังทะ เจ้าอาวาสวัดพระคริสตราชา นาจาน
( เม.ย. พ.ค. 1998) คุณพ่อเปาโล ฉลอง แก้วอาศา เจ้าอาวาสวัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด น้ำบุ้น ( มิ.ย. ส.ค. 1998) และ คุณพ่อมีคาแอล
ประสงค์ เด่นไชยรัตน์ เจ้าอาวาสวัดราชินีแห่งสายประคำศักดิ์สิทธิ์ จอมแจ้ง ( ส.ค. 6 ก.ย. 1998) มาถวายมิสซาแทนตามลำดับ
คุณพ่อยอแซฟ สมยศ ได้มารับงานครั้งแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กันยายน 1998 (พ.ศ.2541) ในระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายนถึงวันที่ 11 ธันวาคม
ปีเดียวกันคุณพ่อได้เดินทางไปป้องกันปริญญานิพนธ์ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมี คุณพ่ออัลฟองโซ สุรวุฒิ ( สุขสังวร ) สมงาม มาทำหน้าที่ดูแลแทน
ภายหลังที่คุณพ่อกลับมาก็ได้สานต่องานของ คุณพ่อมีคาแอล วีรพงษ์ และของพี่น้องชาวบ้านนาบัว โดยเริ่มปรับที่นาของวัดให้เป็นสัดเป็นส่วน และจัดแบ่งใหม
่จาก 12 แปลงให้เป็น 13 แปลง โดยตั้งใจให้แปลงที่ 13 เป็นที่นาสำหรับผู้ที่ไม่มีที่นาทำกิน นอกเหนือจากข้อตกลงให้ตัวแทนของคุ้มหรือกลุ่มทำกัน
ต่อมาได้มีการประชุมสภาอภิบาลวัดเห็นว่าพื้นที่ที่จะสร้างวัดหลังใหม่เล็กไปจึงมีมติขุดและจัดทำสระแดงข้างวัดเสียใหม่ เพื่อจะเอาดินมาถมที่ให้ใหญ่เป็นสองเท่า
โดยได้รับการสนับสนุนเงินจำนวน 80,000. - บาท จากศูนย์สังคมพัฒนาอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันสงกรานต์ปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ.2542)
จึงได้เริ่มขุดดิน พร้อมกันนี้ได้ถมสระน้ำเก่าทั้งสองที่อยู่หลังบ้านพักภคินี ถมสนามหน้าวัดโดยใช้ดินที่เหลือ และได้มอบหมายให้ชาวบ้านทั้ง 12 กลุ่มเลื่อยไม้แบบ
กลุ่มละ 50 แผ่น
วันอังคารที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1999 (พ.ศ.2542) เริ่มตอกเสาเข็มวัดหลังใหม่ และในโอกาสฉลองวัดวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 2000 (พ.ศ.2543)
ได้รับเงินผ้าป่า
เป็นเงิน 113,900 .- บาท จากสัตบุรุษชาวนาบัวที่ทำงานทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกับผู้มีพระคุณอื่น ๆ และด้วยความร่วมมือชาวนาบัวทั้งสองหมู่บ้านทุกคน
วัดหลังใหม่หลังที่ 5 คงจะแล้วเสร็จในอนาคตอันใกล้
วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน ค.ศ.2002 (พ.ศ.2545) คุณพ่อยอห์น ธีระพงศ์ นาแว่น พระสงฆ์ลูกวัดองค์ที่ 6 ซึ่งได้รับการบวชเป็นพระสงฆ์จาก พระอัครสังฆราชคายน์
แสนพลอ่อน ที่สักการสถานฯ สกลนคร เมื่อวันที่ 27 เมษายน ค.ศ.2002 (พ.ศ.2545) ได้มาถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณเป็นครั้งแรกสำหรับพี่น้องสัตบุรุษชาวนาบัว
ในวัดใหม่ซึ่งกำลังก่อสร้าง
วันเสาร์ที่ 15 มกราคม ค.ศ.2003 (พ.ศ.2546) วัดหลังใหม่หลังที่ 5 ได้สร้างเสร็จ มีพิธีเสกและเปิดโดย พระอัครสังฆราชลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน
สิ้นค่าก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 7 ล้านบาทเศษ
ลำดับพระสงฆ์ผู้ดูแลและเจ้าอาวาส
1. คุณพ่ออัลเฟรด - มารีย์ รองแดล ( ผู้ก่อตั้ง )
ค . ศ .1888-1889 ( พ . ศ .2431-2432)
2. คุณพ่อกองเต ค . ศ .1889-1891 ( พ . ศ .2432-2434)
3. คุณพ่อกราเซียง ค . ศ .1891-1901 ( พ . ศ .2434-2444)
4. คุณพ่อมาร์กี ค . ศ .1901-1914 ( พ . ศ .2444-2457)
5. คุณพ่อลากอล์ม ค . ศ .1914-1919 ( พ . ศ .2457-2462)
6. คุณพ่อบารีออล ค . ศ .1919-1920 ( พ . ศ .2462-2463)

7. คุณพ่อยวง สต็อกแกร์
ค . ศ .1920-1932 ( พ . ศ .2463-2475)

8. คุณพ่อยอห์นบัปติสต์ แท่ง ยวงบัตรี
ค . ศ .1932-1949 ( พ . ศ .2475-2492)

9. คุณพ่อเปโตร วันดี พรหมสาขา ณ สกลนคร
ค . ศ .1949-1952 ( พ . ศ .2492-2495)
10. คุณพ่อรากัสซี ค . ศ .1952-1954 ( พ . ศ .2495-2497)
11. คุณพ่อแยร์แมง แบร์ทอลด์
ธ . ค .1954- ธ . ค .1955 ( พ . ศ .2497-2498)

12. คุณพ่อยอแซฟ อินทร์ นารินรักษ์
พ . ย .1955- ธ . ค .1956 ( พ . ศ .2498-2499)

13. คุณพ่อยอแซฟ อินตา นันสีทอง
ม . ค .1957- เม . ย .1966 ( พ . ศ .2500-2509)

14. คุณพ่อปีแอร์ โกลาส์
พ . ค .1966- พ . ค .1978 ( พ . ศ .2509-2521)

15. คุณพ่อยอแซฟ กมล เสมอพิทักษ์
มิ . ย .1978- ธ . ค .1978 ( พ . ศ .2521-2521)

16. คุณพ่อหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์
ม . ค .1979- ต . ค .1979 ( พ . ศ .2522-2522)

17. คุณพ่อชาร์ลโบโรเมโอ นิยุต ศรีอ่อน
พ . ย .1979- เม . ย .1980 ( พ . ศ .2522-2523)

18. คุณพ่อยอแซฟ วรวิทย์ เวียรชัย
พ . ค .1980- มี . ค .1981 ( พ . ศ .2523-2524)

18. คุณพ่อปีโอ ไอศวรรย์ จันทร์ลือชัย
มี . ค .1981- เม . ย .1982 ( พ . ศ .2524-2525)

19. คุณพ่อลูกา สุพล ยงบรรทม
เม . ย .1982- เม . ย .1985 ( พ . ศ .2525-2528)

20. คุณพ่อเปาโล สมพร อุปพงศ์
เม . ย .1985- เม . ย .1988 ( พ . ศ .2528-2531)
21. คุณพ่ออเล็กซิส ไทยวัฒน์ นิลเขต
ค . ศ .1985-1986 ( พ . ศ .2528-2529)
22. คุณพ่ออันตน สาคร อุ่นหล้า
ค . ศ .1986-1987 ( พ . ศ .2529-2530)

23. คุณพ่อเปโตร สุดสาคร ศรีวรกุล
ค . ศ 1987-1988 ( พ . ศ .2530-2531)

24. คุณพ่อฟรังซิสเซเวียร์ คัมภ์ศรณ์ กาแก้ว
พ . ย .1987- มิ . ย .1988 ( พ . ศ .2530-2531)

25. คุณพ่อมีคาแอล ทวีศิลป์ พงศ์พิศ
เม . ย .1988- เม . ย .1989 ( พ . ศ .2531-2532)

26. คุณพ่อเบเนดิกต์ กรไกร พิลาจันทร์
มิ . ย .1988- ธ . ค .1990 ( พ . ศ .2531-2533)
27. คุณพ่ออันตน เสงี่ยม ศรีวรกุล
เม . ย .1989- มี . ค .1991 ( พ . ศ .2532-2534)

28. คุณพ่อฟรังซิสเซเวียร์ คัมภ์ศรณ์ กาแก้ว
มี . ค .1991- เม . ย .1993 ( พ . ศ .2534-2536)

29. คุณพ่อมีคาแอล เฉลิมศิลป์ จันลา
มี . ค .1991- เม . ย .1993 ( พ . ศ .2534-2535)

30. คุณพ่อยอแซฟ กมล สมอพิทักษ์
เม . ย .1993- พ . ย .1993 ( พ . ศ .2536-2536)

31. คุณพ่อมีคาแอล วีรพงษ์ มังกาย
ธ . ค .1993- เม . ย .1998 ( พ . ศ .2536-2541)

32. คุณพ่อยอแซฟ สมยศ พาพรหมฤทธิ์
เม . ย .1998-2003( พ . ศ .2541-2546)
33.คุณพ่อดอมินิก สุริยงค์ พรหมงอย
เม.ย.-6 ก.ย.2003 ( พ.ศ.2546)

34. คุณพ่อฟรังซิสเซเวียร์ สมรชัย กระแสสิงห์
ก.ย.2003-2008

35. คุณพ่อยอห์น บัปติสต์ พรทวี โสรินทร์
ค.ศ. 2008- ปัจจุบัน
รายนามพระสงฆ์ลูกวัด

1. คุณพ่อเปโตร สุรพงศ์ นาแว่น
บวช 11 พ . ค . 1984

2. คุณพ่อลอเรนซ์ ชำนาญ บัวขันธ์
บวช 3 พ . ค . 1988

3. คุณพ่อยอห์น สุรชาติ มุลสุทธิ
บวช 20 มี . ค . 1993
4. คุณพ่อซีโมน ไมตรี ทาสุวรรณ
บวช 21 เม . ย . 2001

5. คุณพ่อเปโตร วิมานใจ นาแว่น
บวช 7 พ . ค . 2001

6. คุณพ่อยอห์น ธีระพงศ์ นาแว่น
บวช 27 เม . ย . 2002

7. คุณพ่อทรงฤทธิ์ นาแว่น
บวช 3 มิ.ย 2006 (พ.ศ. 2549)
ข้อมูลปัจจุบัน
วัดหลังปัจจุบัน เป็นวัดหลังที่ 5 สร้างโดยคุณพ่อยิอแซฟ สมยศ พาพรหมฤทธิ์
เจ้าอาวาส คุณพ่อยอห์น บัปติสต์ พรทวี โสรินทร์
พระสงฆ์ลูกวัด 8 องค์ แยกเป็นอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง 6 องค์,
สังฆมณฑลอุดรธานี 1 องค์ และคณะพระมหาไถ่ 1 องค์
เนื้อที่ ประมาณ 10 ไร่เศษ
จำนวนสัตบุรุษ 1,540 คน
เวลามิสซา วันอาทิตย์ เวลา 7.00 น .
วันธรรมดา เวลา 6.30 น .
กิจการคาทอลิก พลมารี , กลุ่มเยาวชน , นักเรียนคำสอน , ชมรมผู้สูงอายุ วินเซนต์เดอปอล และกลุ่มโฟโกราเล







|