" ขอต้อนรับสู่ อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ดินแดนมรณสักขี 7 มาร์ตีแห่งการพลีชีพเพื่อปกป้องความเชื่อ"

 


หนทางแห่งไม้กางเขนและการเผยแสดงของพระเจ้า

พระวรสาร ลูกา 9:28 ข-36

วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต


บทนำ

              เทศกาลมหาพรต เป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูชีวิตคริสตชนตลอด 40 วัน เพื่อการกลับใจมาหาพระเจ้า
มหาพรตก็คือ “มาหาพระ” ละทิ้งชีวิตเก่าที่ไม่ดีไม่งามต่างๆ  หันกลับมาหาพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง ผ่าน
ทางการภาวนา (ปฏิบัติกิจศรัทธาเป็นพิเศษ) การพลีกรรมใช้โทษบาป (ลด ละ เลิก สิ่งที่ไม่ดีไม่งามต่างๆ)
และการทำบุญให้ทาน (ปฏิบัติกิจเมตตาเป็นพิเศษ) ซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงให้เห็นถึงความรักมากล้นของเรา
ต่อพระเจ้า ที่เอ่อล้นไปสู่เพื่อนพี่น้องที่กำลังเดือดร้อนและรอความช่วยเหลือจากเราอยู่

             เราเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 2 ของ เทศกาลมหาพรต ซึ่งพระวาจาของพระเจ้าในอาทิตย์นี้ได้พูดถึงการ
เผยแสดงของพระเจ้าต่อประชากรอิสราแอลที่พระองค์ทรงเลือกสรร โดยทรงทำพันธสัญญากับอับราฮัมและบุตร
หลานของท่านว่า จะมอบแผ่นดินพันธสัญญาที่อุดมด้วยน้ำนมและน้ำผึ้งและจะให้เป็นชนชาติใหญ่ดั่งดวงดาวบน
ท้องฟ้า และอับราฮัมตอบสนองพันธสัญญานี้ที่เรียกร้องความรักและความซื่อสัตย์ ด้วยความเชื่อและความวางใจ
ในพระเจ้า อับราฮัมจึงได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งความเชื่อ

             นี่คือจุดเริ่มต้นการเผยแสดงของพระเจ้าต่อมนุษยชาติ     โดยมีอับราฮัมและประชากรอิสราแอล
เป็นตัวแทน และการเผยแสดงนี้บรรลุถึงความสมบูรณ์ในองค์พระเยซูเจ้า ที่ทรงรับเอากายบังเกิดเป็นมนุษย์ ใน
พระวรสารของวันนี้ บนภูเขาทาบอร์พระองค์ทรงเผยแสดงให้เห็นว่าพระองค์เป็นบุตรสุดที่รักของพระบิดา   ซึ่ง
เป็นการแสดงให้อัครสาวกเปโตร ยากอบ และยอห์นได้เห็นและเป็นพยานถึงความยิ่งใหญ่และเกียรติรุ่งโรจน์ของ
พระเจ้า

1. หนทางแห่งไม้กางเขน

             เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นหลังจากพระองค์ได้ตรัสทำนายถึงพระทรมานของพระองค์เป็นครั้งแรก “ บุตรแห่ง
มนุษย์จะต้องรับทรมานเป็นอันมาก จะถูกบรรดาผู้อาวุโส มหาสมณะและธรรมาจารย์ปฏิเสธไม่ยอมรับ และจะถูก
ประหารชีวิต แต่จะกลับคืนชีพในวันที่สาม”
(ลก 9:22) แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเลือกหนทางแห่ง “ไม้
กางเขน”
เพื่อนำพามนุษย์กลับไปหาพระบิดาเจ้า

             ชายคนหนึ่งฝันว่า เขาเห็นพระเยซูเจ้าแบกกางเขน เขาได้ทูลพระองค์ว่า “ผมจะช่วยแบกกางเขน
ของพระองค์ให้ครับ” แต่พระเยซูเจ้ากลับเมินเฉย ยังคงแบกกางเขนของพระองค์ต่อไป แต่ชายคนนี้ยัง
ไม่ละความพยายาม ทูลพระองค์ว่า “ขอผมช่วยแบกกางเขนของพระองค์ให้ครับ” พระเยซูเจ้ายังคงเดิน
แบกกางเขนต่อไปด้วยความยากลำบาก

             พระเยซูเจ้าทนฟังคำเซ้าซี้ของเขาอยู่นานจึงหยุดและตอบว่า “ลูกเอ๋ย กางเขนนี้เป็นของเราที่เรา
ต้องแบก ส่วนของเจ้าวางอยู่บนพื้นตรงที่เราพบกันครั้งแรก จงกลับไปแบกของเจ้าเถิด” ชายคนนั้นมอง
กลับไปก็พบกางเขนของตนวางทิ้งอยู่ เขารีบวิ่งไปแบกกางเขนนั้นและเดินตามพระองค์ แต่เมื่อไล่ตาม
พระองค์ทันก็แปลกใจที่ไม่เห็นพระองค์แบกกางเขนอีก “กางเขนของพระองค์อยู่ไหนครับ” พระเยซูเจ้า
ยิ้มและตอบว่า “ลูกเอ๋ย เมื่อเจ้าแบกของเจ้าดีแล้ว นั่นคือกางเขนของเราที่เวลานี้อยู่บนบ่าของเจ้า”

             บนไม้กางเขนได้แสดงให้เราเห็นถึงธรรมชาติที่แท้จริงของพระเจ้าและมนุษย์ของพระเยซูเจ้า ในความ
รักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อมนุษยชาติ พระองค์ได้เปลี่ยนเครื่องหมายแห่งความตายและการประหารอันน่า
สะพรึงกลัว ให้กลายเป็นเครื่องหมายแห่งความรัก กางเขนจึงเป็นศูนย์กลางของการเผยแสดงของพระเจ้า และ
การจำแลงพระกายบนภูเขาทาบอร์ คือภาพล่วงหน้าของเหตุการณ์บนกางเขน รวมถึงเกียรติมงคลอันรุ่งเรืองที่
มนุษย์จะได้รับหลังจากผ่านหนทางแห่งไม้กางเขนเช่นเดียวกับพระองค์

2. การจำแลงพระกาย

             เกิดอะไรขึ้นบนภูเขาทาบอร์ นอกจากพระพักตร์เปลี่ยนไปและฉลองพระองค์มีสีขาวเจิดจ้าแล้ว ลูกา
เล่าว่า “ บุรุษสองคนคือโมเสสและประกาศกเอลียาห์มาสนทนากับพระองค์” (ลก 9:30) โมเสสเป็นผู้ก่อตั้ง
ชาติอิสราเอลและเป็นผู้บัญญัติกฎหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ส่วนเอลียาห์เป็นประกาศกองค์แรกที่ชาวอิสราเอลถือว่า
ยิ่งใหญ่ที่สุดเช่นกัน สองผู้ยิ่งใหญ่มาสนทนากับพระองค์ เนื้อหาของการสนทนาคือเรื่อง “ การจากไปของพระองค์
ที่กำลังจะสำเร็จในกรุงเยรูซาเล็ม”
(ลก 9:31) นั่นคือ ความตายบนไม้กางเขน

             มีข้อสังเกตว่าเหตุการณ์เหล่านี้คงเกิดขึ้นเวลากลางคืน เพราะว่า “ เปโตรและเพื่อนที่อยู่ด้วยต่างก็ง่วง
นอนมาก”
(ลก 9:32) แต่เมื่อ “ ตื่นขึ้น” พวกเขา “ ก็เห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์และเห็นบุรุษทั้งสองคนยืนอยู่
กับพระองค์”
(ลก 9:32) หลายครั้งเราพลาดที่จะเห็นสิ่งดีๆ เพราะชีวิตของเรามัวแต่ "หลับ” อยู่ ในอคติ เฉื่อยชา
และรักสบาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของมนุษย์ว่าต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้า เพื่อจะได้เห็นพระ
สิริรุ่งโรจน์ของพระองค์

             ขณะที่เปโตรเสนอพระเยซูเจ้าให้สร้างเพิงสามหลังนั้น “ เมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้” (ลก
9:34) มีเสียงดังออกมาจากเมฆว่า “ ท่านผู้นี้เป็นบุตรของเรา ผู้ที่เราได้เลือกสรร จงฟังท่านเถิด” (ลก 9:35)
สำหรับชาวยิว “ เมฆ” หมายถึง “ พระเจ้า” และการประทับอยู่ของพระองค์ ดังที่หนังสืออพยพเล่าไว้ระหว่าง
เดินทางในถิ่นทุรกันดาร “ ในเวลากลางวัน พระยาห์เวห์เสด็จนำหน้าเขาเหมือนเสาเมฆเพื่อชี้ทาง” (อพย 13:21)
สิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งให้บรรดาศิษย์ “ เชื่อฟัง” ก็คือ การยอมรับความตายของพระองค์หรือไม้กางเขน

3.บทสรุป

             พระวาจาของพระสอนอะไรเราในวันนี้ เราได้ฟังการเผยแสดงของพระเจ้ากับประชากรอิสราแอล
โดยทำพันธสัญญากับอับราฮัม ซึ่งเป็นพันธสัญญาแห่งความรัก พระเยซูเจ้าทรงสนทนากับโมเสสและเอลียาห์ ใน
เรื่องการที่พระองค์จะต้องสิ้นพระชนม์ ทั้งนี้เพื่อประกาศความรักต่อมนุษย์ ดังนั้น ให้เราทำตามที่นักบุญเปาโล
บอกกับเราเถิดว่า “ จงยึดมั่นในองค์พระเจ้าเถิด ท่านที่รักทั้งหลาย” (บทอ่านที่ 2)

             ให้เราทำตามพระสุรเสียงของพระพระบิดาเจ้าที่ตรัสกับศิษย์ทั้งสามคนบนภูเขาทาบอร์ที่ว่า “ จงเชื่อฟัง
พระองค์เถิด”
กล่าวคือ ยอมรับว่า “ หนทางแห่งไม้กางเขน” เป็นหนทางชีวิตของบรรดาศิษย์ที่ติดตาม
พระองค์ นั่นคือ เราต้องผ่านกางเขนเพื่อจะได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ ทั้งนี้ก็เพราะว่า ไม้กางเขนคือแบบอย่างแห่ง
ความรักและการมอบชีวิตเพื่อไถ่บาปมนุษย์ทั้งหลาย

             ขอให้ชีวิตของเราไม่เพียงแต่เดินรูป 14 ภาค ที่วัดในทุกวันศุกร์เท่านั้น แต่เราจะต้องแบกกางเขนของ
เรา และเดินตามรูปแบบชีวิตพระเยซูเจ้าบนกางเขนทุกวันตลอดชีวิตของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในความรักและ
การให้อภัยเพื่อนพี่น้องด้วยใจกว้าง โดยเริ่มจากในครอบครัวของเราเองก่อน แล้วขยายไปสู่เพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบ
ข้าง เพราะนี่คือการดำเนินชีวิตคริสตชนที่แท้จริง บนหนทางแห่งไม้กางเขนที่พระเยซูเจ้าทรงมอบไว้ให้แก่เรา ซึ่ง
พระศาสนจักรเรียกร้องเป็นพิเศษในเทศกาลมหาพรตนี้

 

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย
28 กุมภาพันธ์ 2010

ขอบคุณภาพจาก
hitsplay.com
christianboard.net
oknation.net

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
 

แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ อัครสังฆมณฑลท่าแร่ - หนองแส
600 ม.8 อาคารเซนต์ไมเคิล ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47230 โทร. 042 751122
E-mail : admin@genesis.in.th