สัมมนาสงฆ์อีสาน ครั้งที่ 20 ที่นครราชสีมา
นครราชสีมา v คณะกรรมการสงฆ์อีสานร่วมกับสังฆมณฑลนครราชสีมา เป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาสงฆ์อีสาน ครั้งที่ 20 ประจำปี 2010
ระหว่างวันที่ 11-15 มกราคม ค.ศ. 2010 ที่โรงแรมสบายโฮเตล อ.เมือง จ. นครราชสีมา ในหัวเรื่อง ชีวิตสงฆ์อีสาน
เพื่อสืบสานพันธกิจและชีวิตสงฆ์ตามแบบอย่างของพระคริสต์เจ้าโอกาสปีพระสงฆ์ตามที่สมเด็จพระสันตะปาปาประกาศ
ก่อนส่งมอบธงให้อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง เป็นเจ้าภาพในปีต่อไป
ในการสัมมนาครั้งนี้มีพระสังฆราชจากสี่สังฆมณฑลอีสาน นำโดยพระคุณเจ้าจำเนียร สันติสุขนิรันดร์ จากอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
,พระคุณเจ้าบรรจง ไชยรา จากสังฆมณฑลอุบลราชธานี, พระคุณเจ้าลือชัย ธาตุวิสัย จากสังฆมณฑลอุดรธานี,
พระคุณเจ้าชูศักดิ์ สิริสุทธิ์
จากสังฆมณฑลนครราชสีมา ในฐานะเจ้าภาพ และพระคุณเจ้าบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 105 คน
แยกเป็นอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง 39 คน, สังฆมณฑลอุบลราชธานี 27 คน, สังฆมณฑลอุดรธานี 15 คน, สังฆมณฑลนครราชสีมา 24 คน
และวิทยากร 5 ท่าน
การสัมมนาสงฆ์อีสานครั้งที่ 20 เริ่มด้วยวจนพิธีกรรมเปิดโดยพระคุณเจ้าชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ และการกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการสัมมนา
โดยคุณพ่อณัฐพล ศรีมณี เลขาธิการคณะกรรมการสงฆ์อีสาน
ก่อนที่พระคุณเจ้าชูศักดิ์จะให้โอวาทถึงความพยายามของสังฆมณฑลนครราชสีมาในการจัดการสัมมนาครั้งนี้ให้ดีที่สุด โดยพยายามคงรูปแบบของการไตร่ตรองชีวิต
การทำงาน และคำสอนทางเทววิทยาของพระศาสนจักร ตามกระบวนการอบรมต่อเนื่องเพื่อเพิ่มพูนความรู้และความมุ่งมั่นในการแพร่ธรรม
อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสได้พบปะสังสรรค์แบบพี่น้อง แบ่งปันประสบการณ์และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อการเป็นประจักษ์พยานถึงความรักของพระเจ้าในภาคอีสาน
วิทยากรสำคัญที่มาให้ความรู้ในการสัมมนาคือ พระอัครสังฆราชหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ ที่พูดถึงสาระสำคัญของปีพระสงฆ์
โดยอ้างสถิติจำนวนพระสงฆ์และคริสตชนในโลกซึ่งหลายแห่งยังขาดแคลนและมีจำนวนน้อย และได้อ้างอิงเอกสารหลายฉบับของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16
โอกาสปีพระสงฆ์ที่พูดถึงสังฆภาพ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระสงฆ์ และบทบาทของพระสงฆ์ในฐานะคนของพระเจ้าที่ต้องรับใช้ด้วยความยินดี
โดยมีที่มาจากความสัมพันธ์ที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าต้นแบบของชีวิตสงฆ์
นอกนั้น พระสงฆ์จะต้องการตระหนักในความสำคัญของการแพร่ธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปมาที่ว่า
พระสงฆ์จะต้องไม่หว่านเมล็ดพันธุ์จากหน้าต่างบ้านของตัวเองเท่านั้น แต่จะต้องหว่านเมล็ดพันธุ์ในทุ่งนาของพระเจ้า คือการออกจากตัวเองไปสู่สังคมและหมู่คณะที่กว้างกว่าที่ต้องการรับฟังข่าวดีของพระเจ้า
ส่วนวิทยากรท่านอื่นได้แก่ คุณพ่อรังสรรค์ ภานุรักษ์ และทีมงานได้พูดถึงชีวิตสงฆ์ธรรททูต โดยแต่ละท่านได้เล่าประสบการณ์ชีวิต
แรงบันดาลใจของการเป็นธรรมทูต และความยากลำบากของการแพร่ธรรมในประเทศลาว, คุณพ่อชาย ขันทโฮม CSsR. พูดถึงชีวิตจิตของพระสงฆ์
และสิ่งท้าทายชีวิตสงฆ์ในสังคมปัจจุบันในมุมมองของคุณพ่อสุพล ยงบรรทม ที่พูดในบริบทของอีสาน,
คุณพ่อวรยุทธ กิจบำรุง ในบริบทของผู้ทำงานด้านสื่อสารมวลชน และคุณพ่อประสงค์ วงษ์วิบูลย์สิน ( OMI) ในบริบทของพระสงฆ์นักบวช
โดยมีคุณพ่อสมเดช พันธ์สมบัติ เป็นผู้ดำเนินรายการ
ในตอนบ่ายของแต่ละวันได้มีการประชุมกลุ่มย่อยเป็นกลุ่มสังฆมณฑล โดยใช้ วิถีเชิงบวก ( Appreciative Inquiry: AI)
โดยทีมวิชาการของคุณพ่อเอกชัย ชินโคตร ซึ่งวิถีเชิงบวกนี้เป็นวิธีการร่วมกันแสวงหาคุณค่าความดีงามในตัวบุคลากร ในองค์กร
หรือโลกรอบๆ ตัวบุคคลหรือองค์กร เพื่อมุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นพลังชีวิต (Life Force) ที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ดำเนินไปได้อย่างดีที่สุด
โดยสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และสภาพความต้องการของมนุษย์ โดยเชื่อว่าในแต่ละชุมชนหรือองค์กรย่อมมีสิ่งดีๆ อยู่ในตัวเอง
มิฉะนั้นคงไม่สามารถดำรงอยู่ได้จนปัจจุบันนี้
สำหรับการไปเที่ยวพักผ่อนและแสวงบุญร่วมกันในวันสุดท้ายของการสัมมนา ( 14 มกราคม) ได้เดินทางไปทัศนศึกษาที่ฟาร์มโชคชัย
อำเภอปากช่องและแสวงบุญที่วัดนักบุญยอแซฟบ้านหัน อำเภอสีคิ้ว เพื่อฟังการแบ่งปันประสบการณ์ความเชื่อและคารวะบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กิจบำรุง
ก่อนจะมีการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรกับทีมเยาวชนและทีมผู้สูงอายุของบ้านหัน ในตอนเย็นวันเดียวกันได้มีงานเลี้ยงสังสรรค์ (Family Night)
ที่โรงเรียนมารีย์บริหารธุรกิจ
มีการแสดงความยินดีกับพระสงฆ์ที่ฉลองครบรอบ 25 ปีชีวิตสงฆ์ พระสงฆ์ใหม่ และพระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชสังฆมณฑลอุดรธานี ก่อนที่พระคุณเจ้าชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ จะกล่าวปิดงานและส่งมอบธง
ให้ผู้แทนของอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง เพื่อเป็นเจ้าภาพในปีต่อไป
Don Daniele ภาพ/รายงาน